ทุนประกันชีวิตเท่าไหร่ถึงพอ

ทุนประกันชีวิตควรมีเท่าไหร่? คำนวณง่าย ๆ ใน 5 นาที

ถ้าคุณหายไปพรุ่งนี้… คนที่บ้านจะอยู่ได้นานแค่ไหน? ไม่ใช่แค่ “อยู่ได้ไหม” แต่คือ อยู่ได้นานแค่ไหน โดยที่ไม่ต้องขายบ้าน ไม่ต้องให้ลูกหยุดเรียน ไม่ต้องง้อใคร?

หลายคนบอกว่ามีประกันชีวิตอยู่แล้ว แต่เมื่อถามต่อว่า “ทุนประกันชีวิตควรมีเท่าไหร่” กลับตอบไม่ได้ บางคนมีทุนประกัน 1 ล้านบาท แต่มีหนี้บ้าน 3 ล้าน ลูกเล็ก 2 คน และรายได้ทั้งหมดมาจากคนเดียว

1 ล้านบาท… พอจริงๆ ไหม? บทความนี้จะพาคุณผ่าน 3 วิธีคำนวณทุนประกันชีวิตที่นักวางแผนการเงินมืออาชีพใช้จริง พร้อมตัวอย่างเคสจริง และ Checklist ที่ทำได้ทันที

สารบัญ

ทุนประกันชีวิตคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

ทุนประกันชีวิต คือเงินก้อนที่ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการวางแผนทางการเงินสำหรับครอบครัว

แต่ทุนประกันที่ดีไม่ใช่แค่ “มีไว้งั้นๆ” มันต้องมากพอที่จะ:

  • ชำระหนี้ทั้งหมด — บ้าน รถ และหนี้อื่นๆ
  • ทดแทนรายได้ — ให้ครอบครัวอยู่ได้ในระดับเดิมโดยไม่ต้องปรับลดคุณภาพชีวิต
  • ครอบคลุมค่าการศึกษาลูก — จนถึงวันที่ลูกดูแลตัวเองได้
  • รองรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน — ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “ทำประกันไหม?” แต่คือ “ทุนประกันชีวิตควรมีเท่าไหร่?”

ทุนประกันชีวิตควรมีเท่าไหร่ สูตรคำนวณ

ปัญหาที่พบบ่อย: ทำประกันแบบ “น่าจะพอ”

จากประสบการณ์ที่ปรึกษาการเงิน AFPT พบว่าคนส่วนใหญ่ทำประกันชีวิตด้วยเหตุผลแบบนี้:

  • “ทำเพราะรู้สึกว่าควรมี”
  • “เพื่อนแนะนำมา เลยทำตาม”
  • “เอาแพ็กเกจที่จ่ายได้ไป”

ไม่มีใครนั่งคำนวณจริงๆ ว่า ตัวเลขที่ควรมีคือเท่าไหร่

และนั่นคือช่องว่างที่อันตราย เพราะถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ ทุนที่ไม่พอจะทำให้ครอบครัวต้องแบกรับภาระทางการเงินที่หนักกว่าที่ควรจะเป็น

เปรียบเทียบทุนประกันชีวิตที่มีกับที่ควรมีจริง

วิธีที่ 1 — สูตรระยะเวลาปรับตัว

วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการคำนวณแบบเร็วและเข้าใจง่าย

หลักคิด: ถ้าคุณไม่อยู่ ครอบครัวต้องการเวลากี่ปีเพื่อปรับตัว และแต่ละเดือนต้องใช้เงินเท่าไหร่?

สูตร:

ค่าใช้จ่ายต่อเดือน × จำนวนเดือนที่ต้องการ = ทุนประกันขั้นต่ำ

ตัวอย่าง:

รายการตัวเลข
ค่าใช้จ่ายครอบครัวต่อเดือน100,000 บาท
ระยะเวลาปรับตัวที่ต้องการ5 ปี (60 เดือน)
ทุนประกันขั้นต่ำที่ควรมี6,000,000 บาท

วิธีนี้ให้ตัวเลขเริ่มต้น แต่ยังไม่รวมหนี้สินและค่าการศึกษาลูก ซึ่งต้องใช้วิธีที่ 2 เพื่อความแม่นยำกว่า

Checklist คำนวณทุนประกันชีวิตควรมีเท่าไหร่

วิธีที่ 2 — สูตรความจำเป็นจริง (วิธีที่แม่นยำที่สุด)

วิธีนี้เป็นวิธีที่นักวางแผนการเงินมืออาชีพนิยมใช้มากที่สุด เพราะตรงกับสถานการณ์ชีวิตจริง

หลักคิด: ลิสต์ทุกภาระที่ครอบครัวต้องแบกรับถ้าคุณไม่อยู่ แล้วหักออกด้วยสินทรัพย์ที่มีอยู่แล้ว

กลุ่มที่ 1 — เงินก้อน (ต้องใช้ทันที)

  • หนี้บ้าน / หนี้รถ / หนี้อื่นๆ ที่เหลือ
  • ค่าพิธีกรรมและค่ารักษาพยาบาลครั้งสุดท้าย
  • เงินสำรองฉุกเฉิน (3–6 เดือนของรายจ่าย)

กลุ่มที่ 2 — รายได้ทดแทน (ใช้ต่อเนื่อง)

  • ค่าใช้จ่ายรายเดือนของครอบครัว × จำนวนปีที่ต้องการ
  • ค่าการศึกษาลูกจนจบมหาวิทยาลัย
  • ค่าดูแลพ่อแม่ (ถ้ามีภาระนี้อยู่)

สินทรัพย์ที่หักออกได้:

  • ประกันกลุ่มที่บริษัทให้
  • เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • เงินออมที่มีอยู่แล้ว
  • ทุนประกันที่ทำไว้แล้ว

สูตร:

(เงินก้อน + รายได้ทดแทน) − สินทรัพย์ที่มีอยู่ = ช่องว่างที่ต้องวางแผน

วิธีที่ 3 — สูตร 70% × 7 ปี สำหรับคนรายได้สูง

วิธีนี้ใช้กับคนที่มีรายได้สูงและต้องการคำนวณอย่างรวดเร็ว

หลักคิด: ครอบครัวไม่จำเป็นต้องใช้รายได้ 100% เพราะค่าใช้จ่ายบางส่วนจะหายไปเมื่อคุณไม่อยู่แล้ว

สูตร:

รายได้ต่อเดือน × 70% × 84 เดือน (7 ปี) = ทุนประกันที่ควรมี

ตัวอย่าง:

รายการตัวเลข
รายได้ต่อเดือน150,000 บาท
× 70%105,000 บาท
× 84 เดือน
ทุนประกันที่ควรมี8,820,000 บาท

ตัวเลขนี้ยังต้องบวกหนี้สินและค่าการศึกษาลูกเพิ่มเติม ทำให้ทุนที่ควรมีจริงๆ อาจสูงกว่านี้

วางแผนทุนประกันชีวิตเพื่อปกป้องครอบครัว

เคสจริง: ลูกค้าอายุ 35 ปี ทุน 1 ล้าน vs. ที่ควรมี

นี่คือเคสจริงที่แสดงให้เห็นว่าทำไม ทุนประกันชีวิตควรมีเท่าไหร่ จึงเป็นคำถามที่ต้องคำนวณ ไม่ใช่เดา

ข้อมูลลูกค้า:

  • อายุ 35 ปี รายได้สุทธิ 150,000 บาทต่อเดือน
  • ค่าใช้จ่ายครอบครัว 100,000 บาทต่อเดือน
  • มีลูก 1 คน อายุ 3 ขวบ
  • หนี้บ้านค้างอยู่ 3,000,000 บาท
  • ทุนประกันที่มีอยู่: 1,000,000 บาท

การคำนวณด้วยสูตรความจำเป็นจริง:

รายการจำนวนเงิน
หนี้บ้านที่ค้างอยู่3,000,000 บาท
ค่าใช้จ่ายครอบครัว 5 ปี (100,000 × 60)6,000,000 บาท
ค่าการศึกษาลูกจนจบมหาวิทยาลัย (~15 ปี)2,500,000 บาท
รวมภาระทั้งหมด11,500,000 บาท
หัก: ทุนประกันที่มีอยู่(1,000,000 บาท)
ช่องว่างที่ต้องวางแผนเพิ่ม10,500,000 บาท

ลูกค้าถึงกับนิ่งไปนาน แล้วพูดว่า “ผมไม่เคยนั่งคิดแบบนี้เลยครับ ทำแค่เพราะรู้สึกว่าควรมี”

และนั่นคือปัญหาของคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ว่าไม่ทำประกัน แต่ทำโดยไม่รู้ว่าตัวเลขที่ถูกต้องคือเท่าไหร่เบี้ยประกันชีวิตควรจ่ายเท่าไหร่?

เบี้ยประกันชีวิตควรจ่ายเท่าไหร่?

รู้ตัวเลขทุนที่ควรมีแล้ว คำถามต่อมาคือ จะจ่ายเบี้ยไหวไหม?

หลักที่นักวางแผนการเงินแนะนำ: เบี้ยประกันชีวิตไม่ควรเกิน 10–15% ของรายได้ต่อปี

ตัวอย่าง:

รายได้ต่อปีเบี้ยที่จ่ายได้สบาย ๆ
600,000 บาท60,000 – 90,000 บาท/ปี
1,200,000 บาท120,000 – 180,000 บาท/ปี
1,800,000 บาท180,000 – 270,000 บาท/ปี

ถ้าทุนที่ต้องการสูงมากแต่เบี้ยเกินงบ ให้เริ่มจากประกันชีวิตแบบชั่วคราว (Term Life) ที่ให้ทุนคุ้มครองสูงในราคาเบี้ยต่ำ แล้วค่อยเพิ่มประกันออมทรัพย์เมื่อรายได้เพิ่มขึ้น

ประกันชีวิตกับการลดหย่อนภาษี

สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ เบี้ยประกันชีวิตไม่ใช่แค่ “ค่าใช้จ่าย” แต่ยังช่วย ลดหย่อนภาษีได้ด้วย

สิทธิลดหย่อนภาษีจากประกันชีวิต (ปี 2568):

ประเภทประกันวงเงินลดหย่อนสูงสุด
ประกันชีวิตทั่วไป (คุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป)100,000 บาท
ประกันบำนาญ200,000 บาท (หรือ 15% ของรายได้)
รวมสูงสุด300,000 บาท

ตัวอย่างการประหยัดภาษี:

คนที่มีรายได้สุทธิ 1,200,000 บาทต่อปี (ฐานภาษี 25%) และจ่ายเบี้ยประกันชีวิต 100,000 บาท + ประกันบำนาญ 200,000 บาท จะประหยัดภาษีได้ถึง 75,000 บาทต่อปี

แปลว่าทุกบาทที่จ่ายเป็นเบี้ยประกัน คุณได้ทั้งความคุ้มครองและลดภาษีไปพร้อมกัน

ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยงในการวางแผนทุนประกันชีวิต

  1. เดาตัวเลขโดยไม่คำนวณ — “น่าจะล้านนึงพอ” ไม่ใช่การวางแผน
  2. ลืมรวมหนี้สิน — หนี้บ้านและหนี้รถต้องนับเป็นภาระที่ทุนต้องครอบคลุม
  3. ไม่อัปเดตทุนเมื่อชีวิตเปลี่ยน — แต่งงาน มีลูก ซื้อบ้าน คือสัญญาณให้ทบทวนทุนประกัน
  4. เน้นแต่ออมทรัพย์ ละเลยความคุ้มครอง — ประกันออมทรัพย์ให้ทุนต่ำกว่าประกันชีวิตแท้ๆ
  5. ไม่หักสินทรัพย์ที่มีอยู่แล้ว — ประกันกลุ่มและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนับได้

เคล็ดลับจากที่ปรึกษาการเงิน AFPT

  1. ทบทวนทุนประกันทุก 3–5 ปี หรือเมื่อชีวิตเปลี่ยนแปลงสำคัญ
  2. เริ่มจาก Term Life ก่อน ถ้างบจำกัด เพราะให้ทุนสูงในราคาต่ำสุด
  3. อย่าซื้อแค่ตามที่ตัวแทนแนะนำ ต้องคำนวณตามภาระชีวิตจริง
  4. รวมทุนทุกกรมธรรม์ ทั้งประกันกลุ่ม ประกันส่วนตัว และประกันบำนาญ
  5. ปรึกษานักวางแผนการเงิน AFPT ที่ไม่ได้มุ่งขาย แต่มุ่งช่วยคุณวางแผนให้ถูกต้อง

สรุป: ทุนประกันชีวิตควรมีเท่าไหร่?

ทุนประกันชีวิตควรมีเท่าไหร่ ไม่มีคำตอบสำเร็จรูป แต่มีสูตรคำนวณที่ทำได้เองทันที

ขอสรุป 3 ข้อสำคัญที่ต้องจำ:

1. ทุนที่ “มีอยู่” กับที่ “ควรมี” ต่างกันมาก ต้องคำนวณ ไม่ใช่เดา

2. ใช้สูตรความจำเป็นจริง: รวมหนี้ + ค่าใช้จ่ายรายเดือน + ค่าการศึกษาลูก แล้วหักด้วยสินทรัพย์ที่มีอยู่ ที่เหลือคือช่องว่างที่ต้องวางแผน

3. เบี้ยประกันไม่ใช่ค่าใช้จ่าย มันคือการลงทุนเพื่อปกป้องคนที่คุณรัก และยังลดหย่อนภาษีได้ด้วย

“ประกันชีวิตไม่ใช่การเตรียมตัวสำหรับความตาย แต่เป็นการเตรียมพร้อมให้คนที่เรารัก ยังมีชีวิตที่มั่นคงได้ แม้ในวันที่เราไม่อยู่แล้ว”

อยากเป็นคนที่ช่วยให้คนอื่นวางแผนแบบนี้ได้บ้าง?
อาชีพ Financial Advisor ช่วยคนจริงๆ ไม่ใช่แค่ขายของ และสร้างรายได้ที่ไม่มีเพดานให้ตัวเองไปพร้อมกัน
[เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอาชีพที่ปรึกษาการเงิน AFPT →]

อ่านบทความเพิ่มเติม : วิธีตั้งเป้าหมายทางการเงิน 5 ขั้นตอน ทำได้จริงทันที

Share this post :
Picture of อชิรญา แก้วมุงคุณ
อชิรญา แก้วมุงคุณ
ที่ปรึกษาการเงินและการประกันชีวิต(AFPT)